หากสงสัย อย่ารอช้า รีบหาหมอ
หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคภูมิแพ้ ควรรีบพามาหาหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หากได้รับการรักษาเนิ่นๆ ตั้งแต่ยังเป็นไม่มาก มีโอกาสหายขาดมาก แต่หากรอและมารับการรักษาช้าเกินไป โอกาสที่จะหายก็น้อยลง และอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้
นอนกรน...หนึ่งในปัญหาจากโรคภูมิแพ้
ปัญหาหนึ่งที่หมอมักพบในเด็กหลายๆ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง คือ การนอนกรน ซึ่งเกิดจากการเป็นโรคภูมิแพ้หรือติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนบ่อยๆ ทำให้ต่อมทอนซิลที่คอและต่อมอะดีนอยด์ที่อยู่หลังโพรงจมูกโตขึ้น และอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เวลานอนหลับจึงมีเสียงกรนหรือเสียงหายใจดัง ถ้าเป็นมากอาจมีการหายใจติดขัดจนถึงขั้นหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก จำเป็นต้องทำการรักษาอย่างถูกต้องแต่เนิ่นๆ
คุณภาพชีวิตที่ดี...เป้าหมายสำคัญของการรักษาโรคภูมิแพ้
การรักษาโรคภูมิแพ้มีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่แตกต่างจากเพื่อนหรือเด็กอื่นๆ เช่น เป็นหวัดแล้วต้องหายภายใน 3-5 วัน ไม่ใช่เป็นหวัดครั้งหนึ่งแล้วไอ 2-3 อาทิตย์ ต้องมานอนโรงพยาบาล ได้รับยาแก้อักเสบบ่อยๆ หรือเป็นไซนัสอักเสบ รวมทั้งต้องสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้ตามปกติโดยไม่มีอาการหอบ เหนื่อย ไอ โดยการรักษาโรคภูมิแพ้ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
- หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้หรือสงสัยว่าจะแพ้ เช่น อาหารบางชนิด (เช่น อาหารทะเล ไข่ ถั่วลิสง นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว แป้งสาลี) ไรฝุ่น ฝุ่น ขนสัตว์เลี้ยง ควันบุหรี่ โดยคุณพ่อคุณแม่ควรปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับลูก เช่น หยุดสูบบุหรี่ ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่ป้องกันไรฝุ่น
- ออกกำลังกายที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
- ใช้ยา โดยหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้ยาชนิดใดและควรใช้เป็นระยะเวลานานเท่าไร
ป้องกันลูกแพ้ คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้
แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่ควบคุมและหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถควบคุมได้คือ สิ่งแวดล้อม โดยสามารถช่วยให้ลูกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่
- เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง
กินอาหารที่มีประโยชน์
ระมัดระวังอย่ากินอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายมากเกินไป เช่น อาหารทะเล
ไข่ ถั่วลิสง นมวัว ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์จากนม แป้งสาลี
เพราะอาจจะทำให้ลูกได้สัมผัสกับสิ่งก่อภูมิแพ้เหล่านี้เร็วเกินไป
- เมื่อลูกน้อยถือกำเนิดมา
เมื่อลูกเกิดมาควรเน้นให้ลูกได้รับนมแม่
เพียงอย่างเดียวอย่างน้อยช่วง 6 เดือนแรก
และควรพยายามหลีกเลี่ยงนมวัวให้นานที่สุด
ควรให้ลูกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีฝุ่นและมลพิษให้น้อยที่สุด
คุณพ่อคุณแม่รวมถึงคนใกล้ชิดต้องงดสูบบุหรี่ไม่ว่าจะนอกบ้านหรือในบ้านก็ตาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น