
การสอนว่ายน้ำส่วนใหญ่สำหรับเด็ก ๆ ที่เพิ่งจะหัดว่ายน้ำใหม่ ๆ ในช่วง 10 ปีนี้ จะแตกต่างจากการสอนในช่วงก่อนหน้านั้นมากครับ เท่าที่ยังจำได้ ปัจจุบันการสอนเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นการผลักดันให้ความสามารถของเด็กออกมามากกว่า บังคับให้ทำได้ทั้งนี้จะทำให้เด็ก ๆ เกิดความสุขสนุกสนานมากขึ้น อีกทั้งพื้นฐานและระดับของการพัฒนาของเด็กแต่ละคนเป็นไปอย่างมีอัตราไม่เท่ากัน ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยเป็นผู้ที่ยับยั้งหรือผลักดันความสามารถในการเรียนเป็นอันมาก จากประสบการณ์พบว่าเด็ก ๆ ที่คล่องแคล่วในสังคมเพื่อน ๆ กล้าคิด และทำอะไรด้วยตัวเองมาก ๆ มีความคิดเป็นของตัวเอง มั่นใจในหลาย ๆ เรื่องมีเหตุผล ก็จะเรียนรู้ในวิชาว่ายน้ำได้ง่ายมาก ผิดกับเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรให้ทุกอย่าง " โอ๋ " มากเกินไป การเรียนว่ายน้ำก็จะมีอัตราการพัฒนาได้ไม่ดีนัก
Class สอนว่ายน้ำ เกิดอะไรขึ้นบ้าง
ฝึกทักษะพื้นฐานการว่ายน้ำ แบ่งออกเป็น ๖ ทักษะ ดังนี้
๑. การสร้างความคุ้นเคยกับน้อง
สำหรับผู้ที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นและไม่คุ้นเคยกับสระว่ายน้ำมาก่อน ควรสร้างความคุ้นเคยกับน้ำก่อน คือ ให้นั่งที่ขอบสระใช้มือกวักน้ำขึ้นมาลูบแขน ลูบหน้า ลำตัว เพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายกับน้ำ ต่อจากนั้นให้นั่งที่ขอบสระหรือบันได เหยียดเท้า หรือเอาเท้าจุ่มลงไปในน้ำ แกว่งไปมาเตะสลับขึ้นลง จะช้าบ้างเร็วบ้างสลับกันไปตามความเหมาะสม
๒. การหายใจเข้าออกและลืมตาในน้ำ
เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับน้ำ ไม่รู้สึกกลัว ให้ลงน้ำยืนด้านน้ำตื้น ฝึกการหายใจเข้าและหายใจออก (Inhale and Exhale) โดยปฏิบัติดังนี้
๑) ใช้มือทั้งสองข้างจับขอบสระ ลืมตา หายใจเข้าลึกๆ กลั้นหายใจ แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงไปในน้ำให้ศีรษะจมมิดลงในน้ำ กลั้นหายใจไว้ นับ ๑-๕ แล้วจึงยกศีรษะขึ้นจากน้ำ
๒) อ้าปากหายใจเข้าทางปาก (ไม่หายใจเข้าทางจมูกเพราะน้ำที่ยังค้างอยู่ตามใบหน้าจะไหลเข้าจมูก ทำให้สำลักน้ำได้) โดยไม่เอามือมาลูบหน้า ส่ายศีรษะหรือสะบัดผม ทำติดต่อกัน ๑๐-๑๕ ครั้ง
๓) เมื่อชำนาญอาจใช้วิธีปล่อยลมออกทางจมูก ขณะที่ดำน้ำ และเพิ่มระยะเวลาในการกลั้นหายใจในน้ำ โดยนับ ๑-๑๐ ๑-๒๐ หรือ ๑-๓๐ แล้วจึงยกศีรษะขึ้นจากน้ำรีบอ้าปากหายใจเข้าลึกๆ เร็วๆ
๓. การลอยตัว (Floating)
เมื่อมีความมั่นใจ สามารถหายใจเข้าออก และลืมตาในน้ำได้แล้ว ขั้นต่อไปเป็นการฝึกลอยตัว เพื่อให้รู้จักการทรงตัวและส่งเสริมให้เกิดความมั่นใจในการฝึก ซึ่งสามารถลอยตัวได้หลายวิธีดังนี้
๑) แบบแมงกะพรุนหรือแบบเต่า (Ball Float and Jelly Fish Float)
ยืนเท้าแยกห่างกันเท่ากับช่วงไหล่ ก้มหน้า ศีรษะ ลำตัวอยู่ใต้ระดับน้ำ แล้วยกขาขวาและขาซ้ายงอเข่าขึ้นมา มือทั้งสองค่อยๆ เลื่อนลงไปกอดขาใต้เข่า ขาท่อนบนชิดหน้าอก ก้มหน้าคางชิดเข่า หายใจออกทางปาก อยู่ใต้ระดับน้ำให้นาน ๑๐-๑๕ วินาที เมื่ออยู่ในท่านี้แล้วร่างกายจะค่อยๆ ลอยขึ้นจนส่วนกลางของหลังลอยอยู่ในระดับผิวน้ำ
๒) แบบคว่ำหน้า (Prone Float)
วิธีที่ ๑ เริ่มต้นจากลอยตัวแบบแมงกะพรุน แล้วค่อยๆ เหยียดแขนชิดหู เหยียดขาชิด และลำตัวให้อยู่ในระดับเดียวกัน ขนานกับผิวน้ำ ก้มหน้าหายใจออกทางปาก
วิธีที่ ๒ เริ่มจากการยืนแล้วยกแขนชิดหู สูดลมหายใจเข้าแล้วค่อยๆ ก้มตัว ยกแขนเหยียดไปข้างหน้าลงสู่ระดับผิวน้ำ พร้อมกับยกขาเหยียดไปด้านหลัง แขนขา ลำตัวขนานกับผิวน้ำ หายใจออกทางปากอยู่ในน้ำให้นาน ๑๐-๑๕ วินาที
๓) แบบนอนหงาย (Back Float)
วิธีที่ ๑ ฝึกในระดับน้ำตื้นโดยเริ่มจากท่านั่งลงกับพื้นสระให้น้ำอยู่ที่ระดับคางแหงนหน้าขึ้นให้ปากและจมูกโผล่พ้นน้ำเท่านั้น เอามือทั้งสองข้าง ยันพื้นสระไว้ข้างหลัง ค่อยๆ พยายามยกเท้าและสะโพกขึ้น จนกระทั่งขนานกับพื้นแล้วค่อยๆ ปล่อยมือที่ยันพื้นสระไว้ กางแขนออกให้ขนานในระดับไหล่ (ถ้าจะจมให้ใช้ขาและแขนตีน้ำเบาๆ)
วิธีที่ ๒ เมื่อฝึกที่ระดับน้ำตื้นจนชำนาญแล้วอาจลงไปฝึกในระดับน้ำที่ลึกขึ้น โดยเริ่มจากท่ายืน แล้วค่อยๆ เอนหลังลงโดยที่เท้าทั้งสองยังคงอยู่ที่ก้นสระ ใช้มือช่วยพุ้ยน้ำเพื่อช่วยทรงตัว กางแขนออกแล้วค่อยๆ แอ่นอกและยกเท้าขึ้น โดยให้ปลายเท้าแตะพื้นไว้เท่านั้น ยกสะโพกขึ้น แขนไม่เกร็ง ให้ปลายเท้าแตะพื้นสระเพียงเบาๆ แล้วยกให้พ้นขึ้นมา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น