
๔. การโผ
วิธีที่ ๑ การโผตัวแบบไม่เตะขา
๑) ยืนชิดขอบสระ แยกเท้าพอประมาณ แขนปล่อยข้างลำตัว
๒) ยกแขนทั้งสองเหยียดขึ้นตรงชิดใบหู โดยใช้นิ้วหัวแม่มือเกี่ยวกันไว้ คว่ำฝ่ามือลง งอเข่าขวาถีบผนังสระไว้
๓) หายใจเข้าลึกๆ
๔) ค่อยๆ ก้มตัวลง ให้หน้าอยู่ในน้ำ สายตาจ้องมองไปข้างหน้า
๕) พุ่งตัวไปข้างหน้าโดยอาศัยแรงส่งจากการถีบเท้าขวาออกจากผนังขอบสระ โดยที่ลำตัว แขน ขา เหยียดตรง ขนานไปกับผิวน้ำ ปล่อยตัวตามสบาย
๖) เมื่อหมดแรงส่งแล้ว ใช้ฝ่ามือทั้งสองกดน้ำลง พร้อมกับพับเอว และดึงขาทั้งสองเข้าหาลำตัว จากนั้นจึงกลับสู่ท่ายืน
วิธีที่ ๒ การโผตัวแบบเตะขา
มีวิธีการฝึกเช่นเดียวกับวิธีการโผตัวแบบไม่เตะขา แต่หลังจากพุ่งตัวออกไปแล้ว ต้องเตะขาสลับขึ้นลง ลำตัว แขน และขาจะขนานไปกับผิวน้ำ
๕. การเตะขา
การเตะขามีขั้นตอนในการฝึกดังนี้
ขั้นที่ ๑ นั่งเตะขาบริเวณขอบสระ นั่งที่ขอบสระ เอนตัวไปด้านหลังใช้แขนยันพื้นด้านหลังไว้ ขาทั้งสองข้างเหยียดลงไปในน้ำ ปลายเท้างุ้ม นิ้วเท้าเหยียดออก นิ้วหัวแม่เท้าหันเข้าหากัน ปล่อยตามสบายให้เป็นธรรมชาติ เตะขาขึ้นลงสลับกันด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
ขั้นที่ ๒ นอนคว่ำที่ขอบสระบนบกเตะขาในน้ำ เปลี่ยนจากการนั่งเป็นนอนคว่ำที่ขอบสระบนบก เตะขาสลับขึ้นลงเช่นเดียวกับขั้นที่ ๑
ขั้นที่ ๓ นอนคว่ำเตะขาในน้ำ เกาะขอบสระลอยตัวในน้ำ ให้ก้มหน้าอยู่ในน้ำ พร้อมหายใจออกทางปาก เมื่อจะหายใจเข้าก็ให้ยกศีรษะขึ้นเหนือน้ำ หายใจเข้าทางปากแล้วรีบก้มหน้าลงน้ำ เตะขาสลับขึ้นลงเช่นเดียวกับขั้นที่ ๑
ขั้นที่ ๔ ยืนในน้ำ ชิดขอบสระ ยกแขนซ้ายและแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะ นิ้วหัวแม่มือเกี่ยวกันไว้ ฝ่ามือคว่ำลงสูดหายใจเข้าให้เต็มที่แล้วก้มหน้าตัวลง หน้าอยู่ในน้ำใช้ขาถีบขอบสระหรือพื้นสระ พุ่งตัวไปข้างหน้า เท้าทั้งสองเตะสลับขึ้นลง ไม่เกร็งปล่อยตามสบาย หน้ามองตรงไปข้างหน้าพร้อมกับหายใจออกทางปาก เมื่อหมดอากาศให้ยืนขึ้น
ขั้นที่ ๕ ฝึกเช่นเดียวกับขั้นที่ ๔ แต่เปลี่ยนจากการหยุดยืนขึ้นหายใจเข้า เป็นกดมือลงยกศีรษะขึ้นหายใจเข้า และยังคงเตะขาสลับขึ้นลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
ขั้นที่ ๖ จับคู่จูงบริเวณน้ำตื้นที่ยืนถึง โดยให้ผู้ฝึกและผู้ช่วยฝึกยืนหันหน้าเข้าหากัน ผู้ช่วยฝึกเหยียดแขนทั้งสองไปข้างหน้า หงายฝ่ามือขึ้นงอนิ้วมือ ส่วนผู้ฝึกเตะขาเหยียดแขนตึงไปข้างหน้า คว่ำมือลงเกาะมือผู้ช่วยฝึก เมื่อผู้ฝึกเตะขาพร้อมผู้ช่วยฝึกก็เดินถอยหลัง ผู้ฝึกเหยียดขาลอยตัวขึ้น เตะขาสลับขึ้นลง ลากจูงเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
ขั้นที่ ๗ การเตะขาแบบเคลื่อนที่ เมื่อสามารถฝึกเตะขาได้ตามทักษะแล้ว ให้นำทักษะการเตะขารวมการทักษะการนอนคว่ำหน้าพุ่งตัวลอยน้ำ โดยเริ่มจากพุ่งตัวออกจากผนังสระให้ลำตัวเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เมื่อความเร็วในถีบเท้าพุ่งตัวเริ่มลดลง ให้เตะขาขึ้น-ลงส่งให้ลำตัวเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยก้มศีรษะให้แขนทั้งสองข้างอยู่ชิดกับใบหูสายตาชำเลืองมองไปข้างหน้าเล็กน้อย
๖. การเลี้ยงตัวในน้ำ
การเลี้ยงตัวในน้ำ คือ การพยุงตัวให้อยู่ในน้ำได้ โดยการเคลื่อนไหวแขนและขา ซึ่งมีทั้งการเลี้ยงตัวในแนวดิ่งและแนวราบขนานกับผิวน้ำ ซึ่งเหมือนกับการว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ แต่ให้ใช้มืออยู่ใต้น้ำไม่ยกพ้นน้ำและศีรษะไม่จมน้ำ
ประโยชน์ของการเลี้ยงตัวในน้ำ
๑) เมื่อเกิดอาการตะคริวที่แขนหรือขา
๒) เมื่อรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าจาการว่ายน้ำต้องการพักแขนหรือขา
๓) เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ เช่น เรือล่มหรือตกน้ำ
๔) เมื่อต้องการจะถอดเสื้อผ้าหรือรองเท้า ขณะอยู่ในน้ำ
๕) ใช้ในการช่วยคนตกน้ำ
๖) ใช้กับกีฬาทางน้ำบางประเภท เช่น โปโลน้ำ สกีน้ำ
ลักษณะการเคลื่อนไหวของขาและแขน
๑) การเคลื่อนไหวของขา มีด้วยกัน ๓ วิธี
วิธีที่ ๑ ใช้เท้าเตะน้ำทั้งสองข้าง โดยโยกไปมาทางด้านหน้าและหลังในแบบกรรไกร
วิธีที่ ๒ ใช้ขาเคลื่อนไหวแบบการว่ายน้ำขากบ ลักษณะถีบเท้า ตบเท้า เข้าหากันอยู่ตลอดเวลา
วิธีที่ ๓ เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมกันนัก คือ การเคลื่อนไหวเท้าแบการวิ่งยกเข่าสูง ถีบน้ำอยู่ตลอดเวลา
๒) การเคลื่อนไหวของแขน
วิธีที่ ๑ การรวบแขนเข้าออก คือ กางแขนออกงอตรงข้อศอกเล็กน้อย ให้แขนขนานกับผิวน้ำ เหวี่ยงแขนเป็นวงกลมไปมาอยู่ใต้น้ำ กดแขนให้ลึกกว่าระดับอก ฝ่ามือคว่ำลงเพื่อกดน้ำให้ตัวลอยอยู่
วิธีที่ ๒ งอแขนที่ข้อศอกแล้วกดน้ำขึ้นลง เพื่อสลับกันแบบสุนัขตกน้ำ ให้กดฝ่ามือขึ้นลงช้าๆ ลึกๆ ลักษณะของนิ้วมือเรียงชิดติดกัน เงยหน้าพ้นน้ำ มือสลับกันเป็นรูปวงรีไม่เหวี่ยงออกไปด้านข้าง ดึงน้ำให้มือไปแค่ระดับอก อีกมือสอดใต้น้ำไปทางด้านหน้าสลับกันไปมาให้ตลอดเวลา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น